| Nattaphon's profileI'm not a Programwriter....PhotosBlogLists | Help |
I'm not a Programwriter.Not yet a Copywriter.June 23 ขอบคุณ ขอบคุณที่ให้ความรู้สึกดีๆ ขอบคุณที่อดทนกับสิ่งเลวร้าย ขอบคุณที่อดกลั้น ไม่ทำร้ายกันแม้ว่าฉันจะสมควรโดนลงโทษ ขอบคุณที่รับฟังความรู้สึกผิดจากคนที่ทำร้ายเธอ ขอบคุณที่ทำให้รักเป็น May 22 ลิงเกลียดกะปิจากความทรงจำที่ได้อ่านหนังสือ เข็มทิศชีวิต ของ ฐิตินาถ ณ พัทลุง เราจะได้ยินมาว่า ลิงเกลียดกะปิ โดยเวลาที่มือลิงโดนกะปิ มันจะรังเกียจมาก มันจะเอามือที่โดนกะปิไปถูกับไม้ กับพื้นดิน หรืออย่างอื่น เพื่อเช็ดกะปิออก แต่ว่ามันก็ยังได้กลิ่นกะปิ มันก็จะพยายามถูเพื่อให้กลิ่นกะปิหายไป แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ากลิ่นกะปิจะหายไปง่ายๆ จนกระทั่งถูจนมือมันเป็นบาดแผล แต่มันก็ยังไม่หยุดถู มันก็ยังถูไปเรื่อยๆ ด้วยความรังเกียจกะปิ ถ้ามาคิดดีๆ แล้ว สิ่งที่ทำร้ายลิงให้มือเจ็บ ไม่ใช่กะปิ หากแต่เป็นความเกลียดกะปิ May 16 คำพ้องเสียงมีหุ้นตัวหนึ่งชื่อ ริช ที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า rich แปลว่า "รวย" เนื่องจากเห็นว่าหุ้นตัวนี้ ชื่อดีเป็นมงคลแก่การเริ่มต้นลงทุนในหุ้น บวกกับมีพรายกระซิบบอกว่า กำไร เลยกล้าซื้อตอนที่ราคาสูงพอสมควร แต่การลงทุนหุ้นตัวนี้ ถือไปถือมา เหมือนมันชื่อ ริสก์ ที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า risk ที่แปลว่า "ความเสี่ยง" มากกว่า ตอนนี้หัวใจเต้น ตุ้มๆ ต่อมๆ มันริสก์จริงๆ เลย May 13 กล้าที่จะลอง การใช้ชีวิตเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก แม้ว่ามีบางครั้งที่เรากลัว ที่เราไม่แน่ใจ ก็ต้องลองดู อาจจะผิด อาจจะพลาด อาจจะเจ็บ อาจจะช้ำ แต่ก็สนุก (รึเปล่า) ที่ได้เรียนรู้ และอย่างน้อยก็ปลอบใจตัวเองได้ว่า เราได้ลองทำมันแล้ว ไม่ต้องมีคำถามในใจว่า ถ้าเราทำแล้วจะเป็นอย่างไร และหลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้รับการบอกเล่าจากคนอื่น ไม่ว่าจะกี่หลายคน มันก็เป็นแค่มุมมอง หรืออย่างมากก็เป็นแค่ความจริงในโลกของเค้า ของคนอื่น ไม่ใช่โลกของเรา อีกทั้งยังมีเรื่องของจิตวิทยา ที่บอกว่าเมื่อมีคนพูดถึงสิ่งหนึ่งเหมือนกัน หลายๆ คน (ประมาณ 3 คนขึ้นไป, 2 คนอาจจะยังห้าสิบห้าสิบ) คนที่ฟังก็มักจะเชื่อโดยไม่ไตร่ตรองเพิ่ม หรือคนที่ไม่เชื่อในตอนแรก พอได้ฟังคนพูดเหมือนกันหลายคน ก็คงจะไขว้เขว อย่างที่เค้าเรียกว่า จิตวิทยาหมู่ ขนาดพระพุทธเจ้ายังทรงสอนเรื่อง หลักกาลามสูตร เพื่อไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆ ดังนั้น อย่ากลัวที่จะเจ็บ ขอให้เรากล้าที่จะลอง อย่างน้อยเราก็เคยขึ้นรถไฟ สายที่มีชื่อว่า ประสบการณ์ March 12 หนังสือที่กำลังอ่านอยู่ ช่วงนี้ อ่านหนังสือ มุมมองจากประสบการณ์ บุญคลี ปลั่งศิริ สนพ.มติชน บุญคลีเป็นอดีตซีอีโอ เครือชินคอร์ป ตอนที่ก่อนขายให้เทมาเส็กมั้ง ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันยังเป็น ซีอีโอ ชินคอร์ป อยู่รึเปล่า ดูจากประวัติเค้าเป็นคนเรียนเก่งมาก จะเรียกว่า อัจฉริยะ ก็ได้ จากการที่ได้อ่านหนังสือนี้ มุมมองความคิดเค้าเจ๋งมาก ที่จำติดหัวได้แก่
1. ประสิทธิภาพของคนอยู่ที่ความรวดเร็วในการเรียนรู้ อย่างบุญคลีก็จบวิศวะ ความรู้ในการบริหารก็ศึกษาด้วยตนเองแต่ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ทำให้เค้ากลายเป็นสุดยอดผู้บริหาร
2. สุดยอดการบริหารคือการไร้รูปแบบ (แต่บุญคลีบอกว่า ทำได้ยากมาก เพราะเป็นเรื่องอุดมตคิ)
3. ราชการเน้นขั้นตอน คือต้องถูกต้องตามกฎระเบียบ ผลลัพธ์เป็นเรื่องรอง บางทีไม่สนใจด้วยซ้ำ เช่นกรมศุลกากร ควรจะมีจุดมุ่งหมายในการช่วยส่งเสริมการส่งออกของประเทศไทย แต่เพราะกฎระเบียบก็ดันไปขัดขวางการส่งออกซะงั้น ส่วนเอกชนเน้นผลลัพธ์ ส่วนวิธีการหรือขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ได้ ขอให้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี
4. การศึกษา อยากให้เน้นที่ "คน" เป็นหลักคืออยากให้คนเรียนอะไรก็ได้ โดยเคยเป็นกรรมการสมาคมนิสิตเก่าวิศวะ จุฬาแล้วสอบถามทางมหาลัยว่า จะให้นิสิตที่สอบเข้าวิศวะ จุฬา (ไม่ชัวร์ว่าแค่วิศวะ จุฬาหรือทั้งมหาลัย) เรียนวิชาอะไรก็ได้ที่อยากเรียนได้หรือไม่ แล้วได้วุฒิการศิกษา ซึ่งแน่นอนว่าการศึกษาไทยที่ห่วยบรม คงทำไม่ได้ในชาตินี้ และชาติหน้าต่อไปอย่างแน่นอน
อิสระคือสิ่งที่เราต้องการอิสระ ในความหมายของคุณคืออะไร ?
แต่คำว่า อิสระที่แท้จริง คืออะไร ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
รู้แต่เพียงว่า อยากมีอิสระ ณ ขณะที่คิดถึงมัน ไม่ฟังกัน ปัญหาระดับโลกน้องไม่ฟังพี่ พี่ไม่ฟังน้อง -> เห็นไหมครับว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว
พ่อแม่ไม่ฟังลูก ลูกไม่ฟังพ่อแม่ -> เห็นไหมครับว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งอาจลุกลามใหญ่โตเป็นปัญหาสังคมได้ต่อไป เช่น ปัญหาเด็กแวนซ์ อาจเกิดจากที่บ้านขาดความอบอุ่น
เจ้านายไม่ฟังลูกน้อง ลูกน้องไม่ฟังเจ้านาย -> เห็นไหมครับว่าเป็นปัญหาธุรกิจ ซึ่งอาจจะกระทบถึงเรื่อง เศรษฐกิจ (ของลูกน้องก่อน)
ไอ้เห้ จุจ ดับเบิลยู วอช ไม่ฟังบินลาดิน บินลาดินไม่ฟังไอ้เห้ จอร์จ ดับเบิลยู บุช -> เห็นไหมครับว่าเป็นปัญหาระดับโลก คนตายกี่พัน กี่หมื่นศพ คนพิการมากกว่าอีกกี่เท่า คนที่เป็นทหารต้องพลัดพรากจากครอบครัว เจ็บปวดกันมากเท่าไหร่
เป็นแฟนกัน ไม่ฟังกัน -> เป็นปัญหาส่วนตัว ที่อาจใหญ่โตถึงขั้นโลกแตก 555
February 10 ปัจจัย 4 จริงๆ ของมนุษย์ปัจจัย 4 ของมนุษย์ทีเราเรียนกันมาในวิชาสังคม ก็คือ อาหาร,ที่อยู่,เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค แต่ถ้าพูดถึงในมุมมองแบบสัญชาตญาณดิบ ปัจจัย 4 ของมนุษย์ ก็คือ กิน-ขี้-ปี้-นอน ซึ่งถึงแม้เราจะมีจารีตประเพณี,กฎหมาย ไว้ควบคุมสัญชาตญาตดิบของเรา ทว่ามันก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์มิใช่น้อย ที่เราต้องแก่งแย่งกันเช่น แย่งชิงผลประโยชน์ ก็เพื่อเราจะได้กิน,นอนอย่างสบาย หรือแย่งชิงเพศตรงข้าม (เดี๋ยวนี้มีการแย่งชิงเพศเดียวกันแล้ว) ลึกๆแล้วส่วนหนึ่งก็เพื่อปี้ คงดีไม่น้อย ถ้าเราไม่ต้องหิวเพื่อกิน ปวดเพื่อขี้ มีความต้องการเพื่อปี้ และง่วงเพื่อนอน เราคงหลุดพ้นจากวัฎจักรแห่งความวุ่นวาย แต่ตอนนี้ เรากำลังฝันกลางวันอยู่ใช่มั้ย ตื่นได้แล้ว และก็มีคำถามในใจว่า มนุษย์บ้าบอแก่งแย่งกันเพื่อ กิน-ขี้-ปี้-นอน มากเกินไปรึเปล่า บัญชีค่าใช้จ่ายสุดสัปดาห์นี้โดยประมาณ เพราะจำค่าใช้จ่ายไม่ได้เป๊ะๆ วันเสาร์ - ค่ารถ 7+13+20+25+39+20+7 = 131 บาท ค่ารถกระป๋องที่ออกจากชุมชนตึกแดง พี่เดือนเลี้ยง - ค่าอาหารและขนมมีหมูปิ้ง+ไส้กรอกหมูกระเทียม,ข้าวมันไก่นายน้อย ซ.คอนแวนต์,กล้วยหอม,โรลเลอร์โคสเตอร์หกเหลี่ยม+ฟุตลอง,ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ 30+32+25+42+40 (อาจจะ 20) = 169 บาท - นิตยสาร ค คน 80 บาท รวม 380 บาท วันอาทิตย์ - ค่ารถ 20+7+20+20+20 = 87 บาท - ก๋วยเตี๊ยวเรือ,แค็ปหมู และลูกชิ้นปลาลวก ณ อนุสาวรีย์ชัย 107 บาท - คาราโอเกะตู้หยอดเหรียญ 20 บาท - เลย์แผ่นเรียบออริจินอล,ยาอมเปลือกส้ม, แลคตาซอยหนึ่งแพ็ค 84 บาท - ผัดไทย+ส้มตำโคราช 40 บาท รวม 338 บาท แก้ไขเมื่อ 12/2/51 เวลา 18.14 น. December 30 rainbow songวันนี้ (29 ธ.ค.50) ไปดูหนังเรื่อง rainbow song ที่โรงหนังสยามเครือ APEX เป็นหนังรักแห่งประเทศญี่ปุ่น ถ้าพูดแบบตัดต่อก็กลายเป็น หนังรักแห่ง(โรงหนัง)สยาม รอบบ่ายสองโมงสิบนาที แม้ว่าจะวิจารณ์หนังไม่เป็น แต่ก็รู้แค่ว่า ชอบมั่กๆๆ ชอบแบบว่า มองข้ามจุดด้อยของหนัง ทั้งที่ปกติเป็นคนชอบสะดุดกับเรื่องเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากเป็นเหมือนกับพระเอกที่เป็นคนไม่เอาถ่าน แต่มีคนน่ารัก(มากถึงมากที่สุด) มาชอบ 555 โดยพูดถึงตัวนักแสดง นางเอกน่ารักม้าก น้องนางเอกก็น่าร้ากไม่แพ้กัน โอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว ขอกรี๊ดให้กับหนังเรื่องนี้ และอยากดูอีกรอบในโรง สำหรับใครที่อ่านบล็อกนี้ แล้วอยากดู โดยส่วนตัว แนะนำว่าไม่อยากให้อ่านเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ เพราะเรื่องย่อที่อ่านจากหนังสือพิมพ์หรือตามเว็บ (ซึ่งมาจากสหมงคลฟิล์ม) มันเรื่องสรุปมากกว่าเรื่องย่อ ทำให้เรารู้เรื่องหมดเลย อยากให้ไปลุ้นนิดๆ แต่ยังไงก็ตาม สิ่งที่สำคัญของหนังเรื่องนี้คือการได้ไปซึมซับกับอารมณ์และความรู้สึก โดยเฉพาะในโรง รายละเอียดเพิ่มเติม รอบฉาย http://www.apexsiam-square.com/home.asp ถ้าอยากรู้เรื่องย่อของหนัง http://www.apexsiam-square.com/popup.asp?id=392 เริ่มฉายวันที่ 27 ธ.ค. 2550 ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ถึงวันไหน ปล. ดูหนังจบ คิดถึงโบ อยากให้โบมาดูเรื่องนี้เพราะคิดว่าโบมีรสนิยมเรื่องหนังใกล้เคียงกัน แถมมีคำว่า โบ ในชื่อหนังด้วยนะเออ ปล2. บล็อกนี้เขียนลวกๆ เน้นความสดของอารมณ์ December 28 ปีใหม่ปีใหม่ ความรู้สึก เหมือนเทศกาลแห่งความสุข,โบนัสออก,เทศกาลวันหยุดยาว,Count Down และการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ในชีวิต เดือนใหม่ ความรู้สึก อืมม เวลาผ่านไปเร็วพอสมควร,เงินเดือนออก และวันหวยออก วันแห่งการลุ้นโชค วันใหม่ ความรู้สึก ตื่นเช้าวันใหม่พร้อมกับความสดชื่นหรือยังง่วงอยู่ หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานเมื่อคืนก่อน ชั่วโมงใหม่ ความรู้สึก ถ้าเป็นชั่วโมงแห่งการทำงาน เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ บางครั้ง อาจต้องทำงานแข่งกับเวลา ชั่วโมงเล่น ก็เพลิน เผลอแผล็บเดียว รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจัง นาทีใหม่ ความรู้สึก ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ วินาทีใหม่ ความรู้สึก เฉยๆ ไม่รู้สึกอะไร เสี้ยววินาที ความรู้สึก รู้สึกด้วยหรือ ทำไมเราต้องรู้สึกพิเศษแค่วันปีใหม่ ความรู้สึกดีๆ มีได้ทุกลมหายใจ ทุกช่วงเวลาและทุกเสี้ยววินาที ชอบคำพูดที่ว่า "เวลาเป็นของมีค่า" เมื่อคืนก็ใช้เวลา (หรือเสียเวลาหว่า) กับการคร่ำครวญถึงเรื่องนี้ และมีอีกคำพูดหนึ่งที่ชอบคือ (ประมาณว่า) "ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ที่ทุกคนต่างกันคือวิธีในการใช้เวลา บางคนใช้คุ้ม บางคนใช้ไม่คุ้ม แค่นี้ก็ต่างกันแล้ว" ..... ดีเจอ้อย นภาพร คลื่นกรีนเวฟ อรรถาธิบาย...บังเอิญตอนนั้นฟังกรีนเวฟด้วย mp3player พอฟังดีเจเค้าพูดว่า "ทุกคนมีเวลาเท่ากัน" ท่าทางจะคมเลยอัดเสียงไว้ ทันประโยคที่ว่า "...ทุกคนต่างกันคือวิธีในการใช้เวลา บางคนใช้คุ้ม บางคนใช้ไม่คุ้ม แค่นี้ก็ต่างกันแล้ว") รักพ่อแม่รักพ่อ รักแม่ แต่คิดถึงเธอ ดิ้นรนปากกัด ตีนถีบ อยากจีบเธอ เนื่องจากยังไม่มีคนให้จีบ แต่อยาก Publish ผลงานตัวเองให้เพื่อนผู้หญิง ทาง sms เพื่อความเหมาะสมก็เลยคิดปรับคำพูดให้ไม่ดูหมาหยอกไก่เกินไป แล้วก็ได้เป็น ปากกัด ตีนถีบ อยากขอฝาจีบเธอ แต่ประโยคสุดท้่ายดูงงๆ ไม่คลิก เลยปรับใหม่เป็น ปากกัด ตีนถีบ อยากกินขนมจีบกับเธอ และส่งให้เืพื่อนเพื่อชวนกินติ่มซำ (จริงๆ) ก็ได้เป็น ปากกัด ตีนถีบ อยากกินขนมจีบจัง October 17 ไม่ใช่ผู้ชาย...เจ้าชู้โปรดอย่ามองว่าผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ แค่คนอ่อนไหวกับความงดงามและเสน่ห์ของหญิงสาว October 16 ห่วงใย อากาศเริ่มหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะ โดยเฉพาะ "หัวใจ"
~ ลัลล้าๆ ~
เครดิต : เคยได้รับ sms จากพี่เอ๋ ลับแล เมื่อปีก่อน มีข้อความดังนี้
อากาศเริ่มหนาวแล้ว
รักษาร่างกายให้อบอุ่น
รักษาจิตใจให้แจ่มใส
~ลัลล้าๆ~
เห็นว่าน่ารักดีและเราชอบคำว่า "~ลัลล้าๆ ~" ดูเก๋ดี เลยมีการ forword ต่อให้เพื่อนโดยเฉพาะเพศหญิง แต่วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจยังไงไม่รู้ เลยเอามา edit ให้หวานกว่าเดิม
เหตุเกิดจากฝนตกฝนตก
รถติด
คิดถึงเธอ
October 06 แบ่งปันมีซาลาเปาวางอยู่ 2 ใบเป็น ไส้หมูกับไส้หวาน ฉันกับน้องก็มาแบ่งกัน ก็คุยกันว่าใครจะกินไส้อะไร และเราก็ตกลงกันได้ว่า จะฉีกซาลาเปาไส้หมูกับไส้หวาน ออกเป็นอย่างละ 2 ชิ้น ดังนั้นฉันกับน้องก็ได้กินทั้งไส้หมูและไส้หวาน สอ เสือ เป็น ฉอ ฉิ่งจากเพลง หำเทีียม ของ คาราบาว "ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว" ถ้าฟังไม่ชัด อาจกลายเป็น ชายโฉด หญิงฉาว เครดิต เพลง หำเทียม ของ คาราบาว เนื้อเพลง: หำเทียม อัลบั้ม: เมดอินไทยแลนด์ ดู เนื้อเพลง ทุกเพลงของ คาราบาว นาหำมีน้อยเหลือเพียงจ้อยร่อย ข้อยทำมาหลายปี อย่าตัดรอนตอนข้าวไม่ดี ช่วยหำสักที อยากมีเมียสักคน ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว รักกันชอบกันต้องกินข้าว แต่งกันตัวเปล่าจะเอาอะไรทำกิน ที่ดินหำยังต้องเช่า หำบอกจะเอาอะไรต่อรอง น้องนางคงไม่เห็นใจแน่ ปีนี้นาหำแย่ หำคงต้องแก่ไปตามลำพัง นาหำมีน้อยเหลือเพียงจ้อยร่อย ข้อยทำมาหลายปี อย่าตัดรอนตอนข้าวไม่ดี ช่วยหำสักที อยากมีเมียสักคน ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว รักกันชอบกันต้องกินข้าว แต่งกันตัวเปล่าจะเอาอะไรทำกิน ที่ดินหำยังต้องเช่า หำบอกจะเอาอะไรต่อรอง น้องนางคงไม่เห็นใจแน่ ปีนี้นาหำแย่ หำคงต้องแก่ไปตามลำพัง ก่อนนี้มีที่นาทำเนา อีตอนเค้าลงค่าข้าว หำเอาที่นาจำนอง เหลือหน่อยเดียวพอได้เก็บเกี่ยวใส่ท้อง ฝนไม่มาไม่มองท้องไม่มีที่ไม่พอ ต้องขอเช่าเงินเก่าหำลงหมด ไม่ทำหำอดใครจะปลดหนี้สิน ทำเท่าใดได้คนอื่นเอาไปกิน ดอกที่จำนองดิน มันหินมันเกลือเค็มๆ นาหำมีน้อยเหลือเพียงจ้อยร่อย ข้อยทำมาหลายปี อย่าตัดรอนตอนข้าวไม่ดี ช่วยหำสักที อยากมีเมียสักคน ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว รักกันชอบกันต้องกินข้าว แต่งกันตัวเปล่าจะเอาอะไรทำกิน ที่ดินหำยังต้องเช่า หำบอกจะเอาอะไรต่อรอง น้องนางคงไม่เห็นใจแน่ ปีนี้นาหำแย่ หำคงต้องแก่ไปตามลำพัง เมื่อไพร่ฟ้าชาวนาใบหน้ามัน ดังถูกเขาจับทำหมันอยู่กันไปตามยถา เงินไม่มีขันหมากไม่ยกมา แม่น้องนางบ้านนา เห็นใจเถิดหนาหำพยายาม ความจนถึงมันเป็นอุปสรรค แต่ของชอบของรักใครจะหักใจลง เห็นวัวควายผสมหลอดแล้วนึกปลง อีกไม่นานหำคงต้องลงเข้าคิวผสมเทียม นาหำมีน้อยเหลือเพียงจ้อยร่อย ข้อยทำมาหลายปี อย่าตัดรอนตอนข้าวไม่ดี ช่วยหำสักที อยากมีเมียสักคน ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว รักกันชอบกันต้องกินข้าว แต่งกันตัวเปล่าจะเอาอะไรทำกิน ที่ดินหำยังต้องเช่า หำบอกจะเอาอะไรต่อรอง น้องนางคงไม่เห็นใจแน่ ปีนี้นาหำแย่ หำคงต้องแก่ไปตามลำพัง นาหำมีน้อยเหลือเพียงจ้อยร่อย ข้อยทำมาหลายปี อย่าตัดรอนตอนข้าวไม่ดี ช่วยหำสักที อยากมีเมียสักคน ความจนเป็นอุปสรรค กีดขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว รักกันชอบกันต้องกินข้าว แต่งกันตัวเปล่าจะเอาอะไรทำกิน ที่ดินหำยังต้องเช่า หำบอกจะเอาอะไรต่อรอง น้องนางคงไม่เห็นใจแน่ ปีนี้นาหำแย่ หำคงต้องแก่ไปตามลำพัง October 05 กับความเศร้า เราคู่กันความเดิมตอนที่แล้ว bad day เริ่มจากความอ่อนแอ ใช้ความก้าวร้าวกลบเกลื่อน ทำให้เกิดความรุนแรง แล้วจบด้วยความเศร้า ... ความตอนนี้ จุดจบหรือสิ้นสุดของเรื่องหนึ่ง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องใหม่ จบด้วยความเศร้า ก็กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ความฮึด ความทะเยอทะยาน และความเข้าใจ ถ้าเขียนแบบสั้นๆคือ เจ็บเพื่อเข้าใจ ....เมื่อวันที่ 3 ต.ค.50 ปล. มีเอาชื่อเพลงมาโยงตั้งหลายเพลง 1. เพลง เพื่อนของเราชื่อความเหงา ของ บอย ตรัย ภูมิรัตน ดัดแปลงเป็นคำว่า กับความเศร้า เราคู่กัน ได้ไงหว่า? 2. เพลง ความเดิมตอนที่แล้ว ของ zaza 3. เพลง bad day ของ danial powter (มั้ง) 4. เพลง เจ็บเพื่อเข้าใจ ของ แอ๊ด คาราบาว คุณค่าข่มตาหลับ แต่สมองกระสับกระส่าย แต่จบง่ายๆด้วยคำว่า คุณค่าของชีวิต คุณหามันเจอหรือยัง? bad dayเริ่มจากความอ่อนแอ ใช้ความก้าวร้าวกลบเกลื่อน ทำให้เกิดความรุนแรง แล้วจบด้วยความเศร้า
......เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2550 April 15 แบ่งไม่แยก ศาสนามีไว้เพื่ออะไร ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร แค่ขอถามว่าศาสนามีไว้เพื่อให้เกิดการแบ่งแยกหรือ? เพื่อให้เกิดสงคราม? เช่นเดียวกับเชื้อชาติ เป็นไทยแท้ เป็นจีน เป็นมุสลิม เป็นมอญ เป็นชาวเขา และอีกสารพัดเผ่า และเช่นเดียวกับชนชั้น เป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการ เป็นมหาเศรษฐี เป็นชาวบ้าน เป็นขอทาน แล้วเป็นคนเหมือนกันรึเปล่า?
ประวัติศาสตร์ไทยและโลกที่มักซ้ำรอยเสมอ
ศาสนา
1. ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยอ้างศาสนา ตั้งแต่รัชกาลที่ 5
2. การแยกประเทศของปากีสถานและบังคลาเทศออกจากอินเดียเนื่องจากคนอินเดียส่วนใหญ่นับถือฮินดู ส่วนปากีสถานและบังคลาเทศนับถืออิสลาม
3. ปัญหาตะวันออกกลางระหว่างประเทศมุสลิมกับยิวและสหรัฐอเมริกา
4. สงครามครูเสดระหว่างคริสต์กับอิสลาม
5. และอื่นๆ ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เชื้อชาติ
1. กบฏจีนฮ่อ อั้งยี่ ระหว่างไทยแท้กับจีน
2. การแยกประเทศระหว่างปากีสถานกับบังคลาเทศ(ชื่อเดิมบังคลาเทศคือปากีสถานตะวันออก)อีกครั้ง หลังจากร่วมมือกันแยกออกจากอินเดีย
3. สงครามการเลิกทาสของคนผิวดำ(นิโกร)ในสหรัฐอเมริกา
4. การแยกประเทศติมอร์ตะวันออกจากอินโดนีเซีย
5. กบฏเชเชนในรัสเซีย
6. และอื่นๆที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ชนชั้น
1. การปฏิวัติระบอบการปกครองจากกษัตริย์เป็นระบอบอื่นได้แก่ ประชาธิปไตย คอมมิวนิตส์ สังคมนิยม
2. ในเมืองไทยยังเห็นไม่ชัดเจน เพราะคนจนถูกตัดตอนข้อมูลข่าวสารเพราะกลัวคนจนรู้แล้วจะลุกฮือ
|
||||||
|
|